โรงเรียนปัญจทรัพย์ Panchasap School

โรงเรียนปัญจทรัพย์

ประวัติโรงเรียนปัญจทรัพย์

โรงเรียนปัญจทรัพย์เป็นโรงเรียนคาทอลิกในสังกัดสังฆมณฑลจันทบุรีอันเป็นเขตมิสซังทางภาคตะวันออกของประเทศ ที่ได้แยกการบริหารปกครองจากสังกัดสังฆมณฑลกรุงเทพ ตั้งแต่ปี พ.ศ. 2487 (ค.ศ.1944) ดำเนินการบริหารโรงเรียนโดยซิสเตอร์คณะธิดากางเขน ณ จันทบุรี มีจุดเริ่มต้นสืบทอดมาจากโรงเรียนเล็ก ๆ ที่มีอยู่ก่อนแล้วคือโรงเรียน “อนุบาลละมุนอนุกูล” อันเปรียบเสมือนเป็นโรงเรียนแม่ของโรงเรียนปัญจทรัพย์ในปัจจุบัน

หากปัจจุบันเป็นผลอันสืบเนื่องมาแต่อดีต โรงเรียนปัญจทรัพย์ที่ได้ก่อกำเนิดและเติบโตมาจนมีอายุครบรอบ 57 ปี ก็คือผลของการลงทุนลงแรง ด้วยความมุ่งมั่นในเจตนารมณ์และด้วยการอุทิศเสียสละของผู้ริเริ่มและผู้มีส่วนในการพัฒนา จนกระทั่งมาเป็นโรงเรียนปัญจทรัพย์ในทุกวันนี้ เหตุการณ์อันเป็นประวัติความเป็นมาในอดีตจนปัจจุบัน จึงควรแก่การสนใจรำลึกถึงเป็น “อนุสรณ์” สืบไป

1. โรงเรียนอนุบาลละมุนอนุกูล

พระสังฆราชสงวน สุวรรณศรี เมื่อได้รับแต่งตั้งเป็นประมุขสังฆมณฑลจันทบุรี (พ.ศ.2496) แล้วเห็นว่าบรรดาพระสงฆ์ นักบวช ที่เข้ามาจากต่างจังหวัด เพื่อทำธุระในกรุงเทพฯ มีความลำบากในการหาที่พัก จึงพยายามจัดหาที่ดินเพื่อสร้างที่พักขึ้น ที่สุดได้พบผู้ใจบุญคนหนึ่งชื่อ ละมุน สุดใจเป็นชาวแปดริ้ว ยินดีถวายที่ดินจำนวน 1 ไร่เศษในซอยหลังโรงเรียนฝึกหัดครูเพชรบุรีให้แก่สังฆมณฑลจันทบุรี ท่านสงวนได้ขอให้คุณโชคชัย ปัญจทรัพย์ ช่วยในการติดต่อ โอนมอบที่ดินจนสำเร็จ (ประมาณปี พ.ศ. 2504) หลังจากต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากมาย เมื่อมีที่ดินแล้วยังต้องจัดการให้ผู้เช่าเดิมออกไปและถมดินปรับแต่งพื้นที่ด้วย

ต่อจากนั้น พระสังฆราชสงวน มีดำริให้เปิดโรงเรียนอนุบาลขึ้นด้วย จึงได้มอบหมายให้บาทหลวงบุญชู ระงับพิษ เป็นผู้ดำเนินงานก่อสร้างอาคาร 2 ชั้น ครึ่งตึกครึ่งไม้ 1 หลัง เพื่อใช้เป็นอาคารเรียนส่วนหนึ่งและอีกส่วนหนึ่งใช้เป็นที่พักอาศัย ในการตระเตรียมการจัดตั้งโรงเรียนท่านได้ติดต่อให้ซิสเตอร์คณะธิดากางเขน ณ จันทบุรี มาช่วยดำเนินการทางคณะได้ส่งซิสเตอร์พเยาว์ ถาวรวงษ์ และซิสเตอร์อีก 2 ท่าน เข้ามาอยู่ประจำเมื่อวันที่ 7 ธันวาคม 2504 ต่อมาพระสังฆราชได้แต่งตั้ง บาทหลวงเศียร โชติพงษ์ ให้มาดูแลประจำเมื่อวันที่ 17 มกราคม 2505 ในระยะเริ่มต้นนี้ คณะผู้บุกเบิกได้รับความลำบากอย่างมากจากการขาดทุนทรัพย์ต้องใช้จ่ายอย่างประหยัด ต้องพยายามจัดหาวัสดุ อุปกรณ์สำหรับโรงเรียนใหม่ เท่าที่จะทำได้ ทั้งยังต้องลงมือทำทุกอย่างด้วยตนเอง อย่างไรก็ตามในช่วงเตรียมงานเปิดโรงเรียนและขออนุญาตจัดตั้งจากกระทรวงศึกษาธิการ ก็ได้รับความช่วยเหลือแนะนำจากแมร์บุญประจักษ์ทรรทรานนท์ และแมร์ดอมินิกจากโรงเรียนมาแตร์เดอีวิทยาลัยโดยตลอดและเพื่อเป็นอนุสรณ์แก่ผู้ถวายที่ดินจึงตั้งชื่อโรงเรียนนี้ว่า “อนุบาลละมุนอนุกูล”

วันที่ 17 พฤษภาคม 2505 โรงเรียนเบิกโรงด้วยนักเรียน 9 คน ซึ่งเป็นบุตร ครูอาจารย์ วิทยาลัยครู และนักธุรกิจในละแวกนั้น โดยมีบาทหลวงเศียร โชติพงษ์ เป็นเจ้าของและซิสเตอร์พเยาว์ ถาวรวงษ์ เป็นผู้จัดการและครูใหญ่คนแรก มีครูน้อย1 ท่าน และดูแลโภชนาการ 2 ท่าน ต่อมาซิสเตอร์พเยาว์ ถาวรวงษ์ ได้ย้ายไปรับหน้าที่อื่นเมื่อวันที่ 8 สิงหาคม 2506

ซิสเตอร์น้อมจิตต์ อารีพรรค มารับหน้าที่เป็นผู้จัดการและครูใหญ่คนที่ 2 ชื่อเสียงของโรงเรียนค่อย ๆ เป็นที่รู้จักและยอมรับจากบรรดาผู้ปกครองยิ่งขึ้นเป็นลำดับในด้านการสอนและการอบรม แม้ว่ามีหลายท่านบ่นว่าเก็บค่าเล่าเรียนแพงแต่จำนวนนักเรียนก็ยังคงเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ

วันที่ 3 พฤษภาคม 2510 ซิสเตอร์จำรัส อานามนารถ ย้ายมารับหน้าที่ผู้จัดการและครูใหญ่คนที่ 3 ในปีนี้จำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 52 คน ระหว่างนั้นคุณโชคชัย ปัญจทรัพย์ ได้แวะมาเยี่ยมเยียนอยู่เสมอ เห็นว่านักเรียนเพิ่มจำนวนขึ้นเรื่อย ๆ และบริเวณโรงเรียนก็คับแคบ คงไม่เพียงพอที่จะรองรับการเจริญเติบโตในอนาคต ประกอบกับในระยะนั้นเอง คุณโชคชัยกำลังพัฒนาที่ดินจัดสรรในซอยโชคชัยร่วมมิตร ถนนวิภาวดีรังสิต จึงได้มอบที่ดินแปลงหนึ่งให้แก่สังฆมณฑลจันทบุรี เพื่อย้ายโรงเรียน ไปอยู่ในที่แห่งใหม่ที่กว้างขวางขึ้นคือที่ตั้งของโรงเรียนในปัจจุบันนี้นั้นเอง

2. ย้ายโรงเรียนจากถนนเพชรบุรีไปซอยโชคชัยร่วมมิตร

สถานที่ใหม่ที่คุณโชคชัยถวายให้นั้นมีเนื้อที่ 4 ไร่ อยู่สุดซอยแยกจากถนนใหญ่เมื่อ 25 ปีก่อน ยังเป็นท้องนาและทุ่งร้าง บริเวณปากซอยและปลายซอยมีบ้านอยู่เพียง 2-3หลัง ตลอดซอยยังไม่มีบ้านเรือน ถนนรัชดาภิเษกเป็นเพียงแนวพูนดินของกรมรถไฟเท่านั้น แต่มีแนวโน้มว่าบริเวณนี้จะเจริญขึ้นอย่างรวดเร็วในเวลาไม่นาน เพราะอยู่ในทำเลที่ดี

หลังจากมีที่ดินแห่งใหม่แล้วบาทหลวงเศียร โชติพงษ์ ก็เริ่มจัดการถมและปรับพื้นที่ทันทีราวเดือนเมษายน 2511 เริ่มก่อสร้างอาคารเรียนหลังแรกเป็นตึกคอนกรีต 4 ชั้น คือ “อาคารเซนต์โยเซฟ”ในปัจจุบัน โดยสร้างเพียงส่วนเดียวก่อนจำนวน 12 ห้องเรียนเพื่อให้เสร็จทันเปิดปีการศึกษาต่อไป และได้สร้างอาคารเปิดปีการศึกษาต่อไป และได้สร้างอาคารบ้านพักเป็นตึก 3 ชั้น อีกหนึ่งหลัง ซึ่งยังคงใช้การอยู่ในปัจจุบัน นอกจากนั้นยังได้รื้ออาคารไม้ของโรงเรียนอนุบาลละมุนอนุกูลมาสร้างเป็นโรงครัว โรงรถ และบ้านพักพนักงานด้วย การโยกย้ายไปในที่ใหม่ดำเนินไปตลอดเดือนเมษายนและพฤษภาคม 2511ในระยะแรกนี้ การอยู่อาศัยและการดำเนินการต่างๆยังขลุกขลักอยู่มาก เพราะอาคารสถานที่ยังไม่เสร็จเรียบร้อยดี จึงต้องอาศัยอาคารเรียนเป็นทั้งห้องเรียน ที่พักและวัดไปพลางก่อนด้วย

3. โรงเรียนปัญจทรัพย์

ตอนย้ายโรงเรียนไปอยู่ในที่ใหม่ ยังมีความยุ่งยากอีกเรื่องหนึ่งคือเรื่องชื่อของโรงเรียน แต่แรกผู้บริหารโรงเรียนไม่ได้มีความตั้งใจจะเปลี่ยนชื่อใหม่ และขออนุญาตเจ้าหน้าที่ ย้ายที่ตั้งโรงเรียนเท่านั้น ไม่ได้เปลี่ยนแปลงผู้บริหาร ครู เลย และแม้กระทั่งนักเรียนก็ย้ายไปด้วย แต่ปรากฏว่าเจ้าหน้าที่ไม่ยอมอนุญาต และแจ้งว่า “ตั้งโรงเรียนใหม่ก็ต้องตั้งชื่อใหม่” ดังนั้นชื่อโรงเรียน “ปัญจทรัพย์” จึงเกิดขึ้นเพื่อเป็นอนุสรณ์แด่ คุณโชคชัย ปัญจทรัพย์ และครอบครัว ซึ่งเป็นผู้อุทิศที่ดินให้แก่โรงเรียน ในทำนองเดียวกับชื่อโรงเรียนเดิมดังนั้นวงจรชีวิตของโรงเรียนอนุบาลละมุนอนุกูลจึงจบสิ้นลง หลังจากดำเนินการมาเพียง 6 ปี พร้อมกับการก่อกำเนิดของโรงเรียนปัญจทรัพย์ซึ่งได้รับสืบทอดชีวิตนั้นต่อมา

“โรงเรียนปัญจทรัพย์” ได้เปิดต้อนรับปีการศึกษาแรกในเดือนพฤษภาคม 2511 มีนักเรียนชั้นอนุบาลและชั้นประถมรวม 59 คน ครู 4 คน ส่วนใบอนุญาตตกมาวันที่ 13 กรกฎาคม 2511 มีบาทหลวงเศียรโชติพงษ์ เป็นผู้ลงนามแทนผู้รับไปอนุญาต ซิสเตอร์จำรัส อานามนารถ เป็นผู้จัดการและครูใหญ่คนแรก อาศัยความพยายามและความเสียสละของคณะซิสเตอร์และคณะครู โรงเรียนเริ่มเป็นที่รู้จักและได้รับความเชื่อถือไว้วางใจจากผู้ปกครองจึงมีจำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วในปีต่อ ๆ มา

วันที่ 9 กุมภาพันธ์ 2515 บาทหลวงเศียร โชติพงษ์ ย้ายไปเป็นเจ้าอาวาสวัดคาทอลิกวัดหัวไผ่ อ.พานทอง จ.ชลบุรี บาทหลวงสุเทพ นามวงศ์ มารับหน้าที่แทนและ ซิสเตอร์ปราณีต นามประดิษฐ์ มารับหน้าที่เป็นผู้จัดการและครูใหญ่แทนซิสเตอร์จำรัส อานามนารถ วันที่ 17 พฤษภาคม 2515 ในปีการศึกษานี้จำนวนนักเรียนได้เพิ่มขึ้นเป็น 211 คนและครู 10 คน ทำให้โรงเรียนเริ่มไม่เพียงพอรองรับนักเรียน จึงต้องตระเตรียมขยับขยายอาคารกันอีก โดยสร้างต่ออาคารเซนต์โยเซฟออกไปอีกทางทิศตะวันออกให้ครบตามโครงสร้างที่มีอยู่เดิม บาทหลวงสุเทพ นามวงศ์ ได้เริ่มดำเนินการเมื่อวันที่ 23 เมษายน 2516 และแล้วเสร็จราวเดือนตุลาคมปีเดียวกัน ได้ห้องเรียนเพิ่มขึ้นอีก 9 ห้องเรียน ทำให้รับนักเรียนเพิ่มขึ้นได้อีก และยังได้ที่พักสำหรับซิสเตอร์ในชั้นที่ 5 ด้วย

ปีการศึกษา 2517 บาทหลวงสุเทพ นามวงศ์ ย้ายไปทำหน้าที่อื่นและบาทหลวงเทพศิริ ศิริโรจน์มารับผิดชอบแทน ซิสเตอร์บุญชอบ หัวใจ มารับหน้าที่ผู้จัดการและครูใหญ่ ต่อจากซิสเตอร์ปราณีต นามประดิษฐ์ ขณะนี้มีนักเรียน 360 คน ครู 16 คน

วันที่ 10 กรกฎาคม 2518 บาทหลวงเศียร โชติพงษ์ย้ายมารับหน้าที่ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตอีกครั้ง

วันที่ 19 สิงหาคม 2519 คุณพ่อสุเทพ นามวงศ์ ย้ายกลับมาทำหน้าที่เป็นครั้งที่ 2 แทนบาทหลวงเศียรโชติพงษ์ ในระยะนี้โรงเรียนก็ได้พัฒนาไปมาก ได้รับการยอมรับในด้านการศึกษา อบรมนักเรียนมากยิ่งขึ้น จนเมื่อครบรอบปีที่ 10 ของโรงเรียน ในปี 2521 นั้นมีนักเรียนกว่า 700 คนจำนวนนักเรียนได้ทวีขึ้นกว่า 10 เท่าจากจุดเริ่มต้นทำให้เริ่มมีความแออัดห้องเรียนไม่เพียงพอและยังขาดห้องประกอบการเรียนอีกมาก บาทหลวงสุเทพ นามวงศ์จึงได้คิดถึงอาคารเรียนหลังที่สอง

ราวเดือนกุมภาพันธ์ 2522 บาทหลวงสุเทพ นามวงศ์ ได้ยื่นขออนุมัติแบบแปลนก่อสร้างอาคารเรียนหลังใหม่เป็นตึก 4 ชั้น อยู่ระหว่างอาคารเรียนเดิมและบ้านพักขนานกับแนวที่ดินทางทิศตะวันตก เริ่มตอกเสาเข็มในเดือนเมษายน 2522ขณะเดียวกันก็ต้องวิ่งเต้นรวบรวมเงินทุนค่าใช้จ่ายสำหรับการก่อสร้าง เพราะเวลานั้นโรงเรียนมีฐานะทางการเงินไม่ค่อยดีนักจึงขอรับบริจาคจากผู้ใจบุญและที่เหลือก็ต้องขอยืมจากทางมิสซังก่อน

เริ่มปีการศึกษา 2522 ได้มีการเปลี่ยนผู้จัดการและครูใหญ่จากซิสเตอร์บุญชอบ หัวใจ เป็นซิสเตอร์ราตรี สมุทรคีรี ส่วนการก่อสร้างอาคารเรียนคงดำเนินการต่อไปในปี 2523 จนถึงเดือนพฤษภาคม 2524 อาคารเรียนอันสง่างามหลังที่สองเป็นตึก 4 ชั้น จำนวน 21 ห้อง ก็เสร็จสมบูรณ์ และได้ตั้งชื่อว่า “อาคารเซนต์ปีเตอร์” เปิดใช้ในปีการศึกษา 2524 สามารถรับนักเรียนเพิ่มขึ้นอีกเป็น 1,095 คน ทั้งยังมีห้องสำหรับกิจกรรมต่าง ๆ และหอพักนักเรียนประจำเพิ่มขึ้นด้วย ต่อมาปีการศึกษา 2525 ได้รับอนุญาตให้ตั้งกองลูกเสือและเนตรนารีขึ้น

วันที่ 2 มิถุนายน 2526 ซิสเตอร์มลิวัลย์ กู้ชาติ ได้ย้ายมาเป็นผู้จัดการและครูใหญ่แทนซิสเตอร์ราตรี สมุทรคีรี ปีการศึกษานี้มีนักเรียน 1,349 คน ครู 32 คน ในปีต่อมาจำนวนนักเรียนก็ยังคงเพิ่มขึ้นอีกอย่างรวดเร็วโรงเรียนยิ่งเป็นที่รู้จักอย่างกว้างขวางออกไปอีกในด้านการเอาใจใส่ในการศึกษา อบรม ทั้งด้านคุณธรรมและความรู้ ตลอดจนความสามารถในกิจกรรมด้านต่างๆของนักเรียน เนื่องจากมีการอบรมพัฒนาการเรียนการสอนของคณะครูอยู่เสมอและได้จัดส่งนักเรียนออกไปร่วมประกวดแข่งขันภายนอกบ่อยๆ อีกทั้งยังส่งเสริมให้มีความร่วมมือกันระหว่างผู้ปกครองและโรงเรียนเป็นอย่างดี

ปีการศึกษา 2528 ได้มีการปรับปรุงสนามบริเวณโรงเรียนทำถนนอิฐบล็อกเพื่อความเรียบร้อยสวยงามและเพื่อรองรับการจราจรภายในโรงเรียนที่นับวันจะยิ่งหนาแน่นขึ้นพร้อมกันนั้นได้มีการปรับปรุงสนามเด็กเล่นด้วยส่วนทางด้านการเงินนั้นคุณพ่อสุเทพก็สามารถผ่อนชำระหนี้สินในการก่อสร้างอาคารเซนต์ปีเตอร์จนเสร็จสิ้นแต่ยังไม่ทันไร อาคารเรียนที่มีอยู่ก็เริ่มคับแคบและไม่เพียงพอที่จะรองรับนักเรียนจึงต้องคิดถึงโครงการสร้างอาคารเรียนเพิ่มขึ้นอีกและได้ลงมือดำเนินงานในปี 2530 พร้อมทั้งความพยายามจัดซื้อที่ดินรอบบริเวณโรงเรียนเพิ่มขึ้นด้วย เป็นที่น่าเสียดายที่ความพยายามนี้ไม่ประสบผลสำเร็จ เนื่องจากอุปสรรคหลายประการ โดยเฉพาะพื้นที่ของโรงเรียนมีความจำกัดและยังไม่อาจขยายออกไปได้

วันที่ 5 พฤษภาคม 2531 ซิสเตอร์ศุภางค์ กูลมงคลรัตน์ มาทำหน้าที่ผู้จัดการและครูใหญ่แทนซิสเตอร์มลิวัลย์ กู้ชาติ ในปีการศึกษานี้ จำนวนนักเรียนเพิ่มขึ้นเป็น 1,801 คน ครู 58 คน มีการขออนุญาตเปลี่ยนแปลงห้องพักนักเรียนประจำในอาคารเซนต์ปีเตอร์ใช้เป็นห้องเรียนแทนได้ห้องเรียนเพิ่มขึ้นอีก 9 ห้อง ในด้านการเรียนการสอนมีการส่งเสริมและพัฒนาการทำงานและการสอนของครูให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นไปอีกโดยเฉพาะด้านวิชาการ

ปีการศึกษา 2532 โรงเรียนจัดซื้อที่ดินติดต่อด้านตะวันตกได้อีก 1 แปลงเนื้อที่เพียง 162 ตารางวา ใช้เป็นบ้านพักของซิสเตอร์

ปีการศึกษา 2533 ซิสเตอร์บุญชอบ หัวใจ ได้ย้ายมารับหน้าที่ผู้จัดการและครูใหญ่อีกครั้งหนึ่งและในเดือนกันยายน 2533 คุณพ่อปรีชา สกุลอ่อนมารับหน้าที่ผู้แทนผู้รับใบอนุญาตแทนคุณพ่อสุเทพนามวงศ์ซึ่งเกษียณอายุทำงานหลังจากรับภาระหนักมายาวนาน

ปีการศึกษา 2534 ได้มีการปรับปรุงโรงครัว ที่ขายอาหารและโรงอาหารของนักเรียนนอกนั้นได้ซ่อมแซมและทาสีอาคารเรียนทั้ง 2 อาคารเสียใหม่

ปีการศึกษา 2535 ได้มีการปรับปรุงวัสดุอุปกรณ์ และห้องประกอบการต่าง ๆ นำเอาอุปกรณ์ทันสมัยมาใช้ในงานธุรการและห้องประกอบการเรียนเช่นคอมพิวเตอร์ ฯลฯ โดยมุ่งเน้นพัฒนานักเรียนให้มีคุณธรรมจริยธรรม วินัย และมีความรอบรู้ในวิทยาการใหม่ๆ ยิ่งขึ้นเพื่อสามารถทันต่อความเจริญและความเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในสังคมปัจจุบัน ในปีนี้โรงเรียนได้รับรางวัลโรงเรียนดีเด่นประจำปีจากกระทรวงศึกษาธิการ

ปีการศึกษา 2536 อันเป็นวาระครบรอบ 25 ปี ของโรงเรียนมีนักเรียน 1,915 คน ครู 72 คน ตลอดระยะเวลา 25 ปี ที่ผ่านมาโรงเรียนปัญจทรัพย์ได้เจริญก้าวหน้าขึ้นตามลำดับ จากจุดเริ่มต้นอันต่ำต้อยจนมาเป็นโรงเรียนที่เติบโตเป็นปึกแผ่นมั่นคงแห่งหนึ่งในวงการศึกษา ดุจคนเข้าสู่วัยฉกรรจ์ อาศัยความมุมานะพยายามและเสียสละของหลายท่าน ที่เป็นผู้อุปการะคุณ ผู้บริหาร คณะครู ตลอดจนบรรดาศิษย์ที่เคยได้ผ่านเข้ามาในช่วงชีวิตของโรงเรียนนี้ ซึ่งต่างก็มีส่วนในการสรรสร้างไม่มากก็น้อย 25 ปี แห่งหยาดเหงื่อ แรงใจ ที่บรรดาครูอาจารย์ในอดีต ได้ทุ่มเทเพื่อสั่งสอนอบรมศิษย์ ให้เป็นคนดีมีคุณธรรมและมีวิชาความรู้ล้ำเลิศ จนกระทั่งได้เจริญก้าวหน้าในชีวิตการงานเป็นจำนวนมากมาย คงเป็นความภาคภูมิใจที่ไม่อาจบรรยายได้ และน่าที่จะทำให้เราชาวปัญจทรัพย์ทุกคน ทั้งในปัจจุบันและอนาคตได้สำนึกในเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาโรงเรียนปัญจทรัพย์อันเป็นที่รักของเราให้เจริญก้าวหน้าต่อไป

ปี พ.ศ. 2537 บาทหลวงปรีชา สกุลอ่อน ได้เริ่มโครงการต่างๆ เพื่อเพิ่มห้องเรียนห้องปฏิบัติการต่างๆ ให้เหมาะสม ทันสมัย เพียงพอต่อความต้องการ โดยย้ายบ้านพักพระสงฆ์ไปสร้างใหม่ เพื่อใช้ที่สร้างอาคารเรียนเพิ่ม 1 หลัง รวมทั้งเริ่มโครงการขยายชั้นเรียน จนถึงระดับมัธยมศึกษา

ปี พ.ศ. 2538 บาทหลวงสันติ สุขสวัสดิ์ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นผู้รับใบอนุญาต สานต่อโครงการก่อสร้างอาคารเรียน ดูแลควบคุมการก่อสร้างทุกคนได้เห็นขั้นตอนการดำเนินงาน การรื้อถอนบ้านพักการก่อสร้าง การวางรากฐานที่มั่นคงอย่างช้าๆ ค่อยๆเป็นตึกสูงขึ้นๆ แม้จะมีปัญหาและอุปสรรคต่างๆ แต่ทุกคนก็ให้กำลังใจ ร่วมมือการจัดหาทุน และได้รับน้ำใจดีจากทุกๆท่าน ในการสนับสนุนเพื่อให้ได้เห็นอาคารที่สมบูรณ์แบบ

ปี พ.ศ. 2539 โครงการก่อสร้างอาคาร ก็ดำเนินไปอย่างเป็นขั้นตอน มีการจัดส่วนต่าง ๆ ของอาคารเป็นห้องเรียนและห้องปฏิบัติการ เช่น ห้องสมุดห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ห้องประชุม และซิสเตอร์จำรัส อานามนารถ ได้รับแต่งตั้งเป็นผู้จัดการและครูใหญ่ ร่วมบริหารโรงเรียนและช่วยพัฒนาโรงเรียนให้ก้าวหน้า เพื่อให้เป็นสถาบันที่สร้างเยาวชนที่ดีต่อไป และในปีนี้ บาทหลวงชาติชาย พงษ์ศิริ ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้รับใบอนุญาตบริหารโรงเรียนและจัดหลักสูตรการเรียนการสอนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 รวมทั้งช่วยสานต่อโครงการก่อสร้างให้เสร็จสมบูรณ์ จัดห้องแนะแนว ห้องปฏิบัติการวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนขึ้นอีกด้วย

ปี พ.ศ. 2540 โรงเรียนปัญจทรัพย์มี บาทหลวงชาติชาย พงษ์ศิริ เป็นผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการ มีซิสเตอร์ศุภางค์ กูลมงคลรัตน์ เป็นครูใหญ่ ร่วมบริหารและพัฒนาโรงเรียน และมี “อาคารเซนต์แมรี่” เป็นอาคารเรียนที่ทันสมัยเพิ่มอีก 1 หลัง เปิดทำการสอนนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 เป็นปีแรก จำนวน 2 ห้องเรียน และได้รับอนุญาตให้เปลี่ยนแปลงระเบียบการรับสมัครนักเรียนเข้าใหม่มีห้องปฏิบัติการต่างๆ ที่ให้บริการแก่นักเรียนทุกระดับชั้น มีห้องสมุด ที่เป็นแหล่งความรู้ทุกๆเช้า และทุกเที่ยงนักเรียนมักจะไปค้นคว้าหาความรู้เพิ่มเติมไม่ว่าจะเป็นนักเรียนประถมเล็กๆหรือแม้แต่มัธยมก็ตาม มีเครื่องปรับอากาศและบรรยากาศที่เงียบสงบ นักเรียนอยู่ในระเบียบทำให้มีสมาธิ สามารถอ่านหนังสือเสริมความรู้ได้เป็นอย่างดี มีห้องเรียนคอมพิวเตอร์ ซึ่งมีคอมพิวเตอร์จำนวน 56 เครื่อง เป็นระบบ LAN และมีอุปกรณ์ที่ทันสมัยให้นักเรียนใช้อุปกรณ์ในการเรียนรู้อย่างเต็มที่ มีห้องวิทยาศาสตร์สำหรับนักเรียนได้มีการทดลองจากอุปกรณ์จริงขณะเรียน และสามารถศึกษาค้นคว้าหาความรู้จากภาพจำลองและสิ่งต่างๆในห้องนี้ มีห้องแนะแนวซึ่งมีครูสามารถให้คำแนะนำแก่นักเรียนที่ต้องการคำปรึกษาได้ในด้านการเรียนและด้านอื่นๆ มีห้องประชุมอยู่ชั้นสูงสุด ใช้ประชุมบุคลากรครูและนักเรียนในโอกาสต่างๆ แม้แต่ใต้อาคารเรียนชั้นล่างสุดก็ยังเป็นสถานที่ประกอบกิจกรรมของนักเรียนได้ดีเช่น ใช้เป็นสถานที่เรียนวิชาพละศึกษาของน้องๆ อนุบาลหรือฝึกกิจกรรมลูกเสือ - เนตรนารี ของนักเรียนระดับประถม - มัธยม รวมทั้งใช้ในกิจการอื่นๆของนักเรียนได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

ปีการศึกษา 2543 เปลี่ยนแปลงผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาตจาก บาทหลวงชาติชาย พงษ์ศิริ เป็นบาทหลวงวิศิษฎ์ วิเศษเธียรกุล

ปีการศึกษา 2544 บาทหลวงวิศิษฎ์ วิเศษเธียรกุล ได้ดำเนินการให้สร้างสระว่ายน้ำ ฟิตเนส ซาว์น่า สร้างอาคาร Jubilee ติดตั้งเครื่องรับโทรทัศน์ พร้อมเครื่องฉายข้ามศีรษะตามห้องเรียนและห้องประกอบการต่าง ๆ

ปีการศึกษา 2545 จัดตั้งห้องศูนย์ปฏิบัติการคณิตศาสตร์อาคารเซนต์ปีเตอร์ ปรับปรุงอาคารเรียนเซนต์โยเซฟ โรงอาหาร สำนักอำนวยการ และติดตั้งเครื่องปรับอากาศทุกห้องเรียน

ปีการศึกษา 2546 ปรับปรุงสนามบริเวณภายในโรงเรียน และจัดสร้างกันสาดหน้าอาคารเซนต์โยเซฟและอาคารเซนต์ปิเตอร์

ปีการศึกษา 2547 ติดตั้งคอมพิวเตอร์ในห้องเรียน ห้องประกอบการเพื่อให้ครูใช้เป็นสื่อในการสอนและศึกษาหาข้อมูล

ปีการศึกษา 2548 มีการขอใช้ชื่อโรงเรียนเป็นภาษาอังกฤษ “PANCHASAP SCHOOL” และเปลี่ยนแปลงผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาตจากบาทหลวงวิศิษฎ์ วิเศษเธียรกุล เป็นบาทหลวงบรรจง พานุพันธ์ มีการปรับปรุงห้องน้ำ ทาสีอาคารเรียน ปรับปรุงห้องดนตรีสากลพร้อมทั้งจัดซื้ออุปกรณ์เครื่องดนตรีสากล

ปีการศึกษา 2549 เปลี่ยนผู้อำนวยการเป็น ซิสเตอร์ศรีไพร กระทอง มีการปรับปรุงสระว่ายน้ำ ปรับปรุงห้องฟิสเนส ขยายห้องวัดผลประเมินผล ติดตั้งเครื่องปรับอากาศเพิ่มเติม และติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ห้องคำสอน ปรับปรุงสวนหย่อม

ปีการศึกษา 2550 ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์พร้อมเครื่องพิมพ์ จำนวน 1 ชุด และติดตั้งโทรทัศน์ จำนวน 1 เครื่องที่ห้องแนะแนว ปรับเปลี่ยนห้องคำสอนและปรับปรุงห้องคำสอน ซ่อมแซมชั้นวางเอกสาร และโต๊ะในห้องบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ ติดตั้งเครื่องคอมพิวเตอร์ให้ผู้ช่วยแต่ละฝ่าย จำนวน 6 เครื่อง ปรับปรุงสนามเด็กเล่นและจัดซื้อเครื่องเล่นใหม่จำนวน 1 ชุดใหญ่ ปรับปรุงกระบะทรายใหม่ จัดซื้อเครื่องเสียงและติดตั้งลำโพง จำนวน 1 ชุด ปรับปรุงห้องสมุดและปรับเปลี่ยนโต๊ะ เก้าอี้ใหม่ ปรับปรุงห้องวิทยาศาสตร์และจัดซื้อตู้เก็บอุปกรณ์ใหม่ ทาสีโต๊ะเรียนและเก้าอี้ ปรับปรุงแหล่งเรียนรู้ จัดซื้อเครื่องล้างจาน

ปีการศึกษา 2551 ซื้อที่ดินเพิ่มเติมเนื้อที่ 87 ตารางวา เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา ปรับปรุงแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง จัดแหล่งเรียนรู้วิทยาศาสตร์บริเวณสวนหย่อม ติดตั้งกล้องวงจรปิดตามอาคารต่าง ๆ ติดตั้งราวบันไดอาคารเซนต์โยเซฟ ปรับปรุงห้องพักครูชั้น 3 อาคารเซนต์โยเซฟเป็นห้องเรียนชั้นประถม

ปีการศึกษา 2552 ติดตั้งเครื่องอ่านลายนิ้วมือจำนวน 1 เครื่อง

ปีการศึกษา 2553 ซื้อที่ดินติดบริเวณโรงเรียนอีก 285 ตารางวา เพื่อขยายโอกาสทางการศึกษา จัดซื้อเครื่องเสียงและติดตั้งลำโพงเพิ่มเติม ปรับปรุงและเพิ่มบ่อบำบัดน้ำเสียและกรองไขมันปรับปรุงและเพิ่มพื้นที่ห้องพยาบาล ปรับภูมิทัศน์โดยรอบ จัดแหล่งเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียง และเปลี่ยนผู้อำนวยการเป็น ซิสเตอร์ดวงแข รัตโนภาส

ปีการศึกษา 2554 เปลี่ยนเครื่องคอมพิวเตอร์ความเร็วสูงที่ห้องพัฒนาคุณภาพ จำนวน ๖ ชุด จัดซื้อเครื่องดนตรีชุดใหญ่ ๑ ชุด ปรับภูมิทัศน์โดยรอบ จัดสวนวรรณคดีไทย (สุนทรภู่) สระว่ายน้ำเต็มรูปแบบ จัดสนามฟุตบอล 54 พร้อมจ้างพยาบาลมาประจำที่โรงเรียนในช่วงเวลาทำการ

ปีการศึกษา 2555 ทาสีอาคารเซนต์โยเซฟ ปรับภูมิทัศน์และแหล่งเรียนรู้

ปีการศึกษา 2556 เปลี่ยนกระจกหน้าต่างทุกห้องเรียน และทาสีอาคารเซนต์ปีเตอร์ เตรียมห้องเรียนพิเศษสำหรับMini English Program (M.E.P.) ห้อง English Click & Learn (E.C.L.) ห้องEnglish For Funในระดับปฐมวัย ติดตั้งระบบ Smart T.V. ห้องประชุม ห้องเรียนปฐมวัย และโถงอาคารเซนต์แมรี่

ปีการศึกษา 2557 ติดตั้งระบบ smart T.V. ทุกห้องเรียน เดินระบบสาย lanเคเบิลใยแก้วใหม่ทั้งระบบ ปรับภูมิทัศน์โดยรอบ ปรับสวนวรรณคดีไทย (สุนทรภู่) ปรับสวนนักวิทยาศาสตร์ปรับปรุงสระว่ายน้ำเพิ่มเติม เพิ่มห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ Mini English Program (M.E.P.) ปฐมวัยปีที่ 2 - 3 และประถมศึกษาปีที่ 1

ปีการศึกษา 2558 ได้แต่งตั้ง บาทหลวงอภิชิต ชินวงค์ เป็นผู้จัดการ และเปลี่ยนผู้ลงนามแทนผู้รับใบอนุญาตจากบาทหลวงบรรจง พานุพันธ์ เป็นบาทหลวง ผศ.ดร.ชาติชาย พงษ์ศิริ เพิ่มห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ Mini English Program (M.E.P.) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และปรับภูมิทัศน์ของโรงเรียน

ปีการศึกษา 2559 เปลี่ยนผู้อำนวยการเป็น ซิสเตอร์วันเพ็ญ ไชยเผือก เพิ่มห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ Mini English Program (M.E.P.) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 อีกทั้งผู้อำนวยการได้ส่งเสริมการสนทนาภาษาอังกฤษแก่นักเรียนทุกระดับชั้น โดยช่วงเช้าก่อนเข้าแถวเคารพธงชาติจะให้นักเรียนลงมาท่องคำศัพท์บทสนทนาภาษาอังกฤษกับครูประจำชั้น

ปีการศึกษา 2560 บาทหลวงผศ.ดร.ชาติชาย พงษ์ศิริ มีนโยบายให้ดำเนินการสร้างอาคารเอนกประสงค์เซนต์ลอเลนซ์ เป็นหลังคาคลุมแดดบริเวณว่าง ข้างอาคารเซนต์ปีเตอร์ ที่เอื้อต่อการเรียนรู้ และความปลอดภัยแก่นักเรียน จัดซื้อเทคโนโลยีเพื่อใช้ในการเรียนการสอน ปรับปรุงแหล่งเรียนรู้ต่างๆ ปรับภูมิทัศน์โดยรอบของโรงเรียน เพิ่มห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ Mini English Program (M.E.P.) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 และเพิ่มชั้นเรียนระดับเตรียมอนุบาล

ปีการศึกษา 2561 บาทหลวงผศ.ดร.ชาติชาย พงษ์ศิริ บาทหลวงอภิชิต ชินวงค์ ดำเนินการสร้างอาคารบูรณาการนักบุญลูกา 54 เพื่อใช้เป็นสถานที่สำหรับการจัดการเรียนรู้ จัดทำสนามฟุตบอลหญ้าเทียมสำหรับนักเรียนปฐมวัยรวมทั้งสถานที่จอดรถรับ – ส่ง นักเรียนในร่ม เพื่อใช้ประโยชน์ในการพัฒนาผู้เรียนและให้บริการแก่ชุมชน และซ่อมบำรุงหลังคา ชั้น 5 อาคารเซนต์ปีเตอร์ เปลี่ยนผู้อำนวยการจากซิสเตอร์วันเพ็ญ ไชยเผือก เป็นซิสเตอร์ยุวดี ล้อคำ เพิ่มห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ Mini English Program (M.E.P.) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5

ปีการศึกษา 2562 ปรับโซนห้องเรียนพิเศษภาษาอังกฤษ Mini English Program (M.E.P.)ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 – 5 อาคารเซนต์แมรี่ และชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 อาคารเซนต์ปีเตอร์ และได้ปรับภูมิทัศน์บริเวณหน้าเสาธง

ปีการศึกษา 2563 ได้แต่งตั้ง บาทหลวงอนุสรณ์ พงษ์สวัสดิ์ เป็นผู้จัดการแทนบาทหลวงอภิชิต ชินวงค์ และตำแหน่งผู้แทนผู้รับใบอนุญาตแทนบาทหลวง ผศ.ดร.ชาติชาย พงษ์ศิริ มีจำนวนนักเรียน 1,332 คน จำนวนครู 99 คน โรงเรียนพยายามเร่งพัฒนานักเรียนในทุกด้าน เพื่อให้พร้อมและทันต่อการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วของโลกและสังคมในยุค Disruption เน้นให้นักเรียนได้เรียนรู้ และพัฒนาทักษะความสามารถในวิชาคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ วิทยาการคำนวณ ภาษาอังกฤษ และภาษาจีน กิจกรรมต่าง ๆของโรงเรียนจึงเป็นกระบวนการเพื่อส่งเสริมสนับสนุนนักเรียนทุกคนให้ได้เรียนรู้ ฝึกฝนและลงมือปฏิบัติให้ได้บรรลุอย่างรวดเร็ว การปรับภูมิทัศน์ภายในโรงเรียนได้ติดตั้งเครื่องพ่นละอองน้ำลดฝุ่น pm 2.5 ปรับภูมิทัศน์บริเวณสวนวิทยาศาสตร์ และสนามเด็กเล่น ปรับภูมิทัศน์อาคารเซนต์โยเซฟ ปรับปรุงห้องเรียนเตรียมอนุบาลโดยปูพื้นและเพิ่มสื่อการเรียนรู้ ปรับปรุงห้องศูนย์การเรียนรู้ปฐมวัย ทำห้องเรียนเปียโนระดับปฐมวัย ปรับปรุงภูมิทัศน์อาคารเซนต์แมรี่ ทำห้องปฏิบัติการการสอนวิทยาการคำนวณ

ปีการศึกษา 2564 ได้แต่งตั้งซิสเตอร์ลัดดา เชยบุญ ทำหน้าที่ตำแหน่งผู้อำนวยการ แทนซิสเตอร์ยุวดี ล้อคำ มีบาทหลวงอนุสรณ์ พงษ์สวัสดิ์ ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการและผู้แทนผู้รับใบอนุญาตได้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนโปรแกรม IEP (Intensive English Program) ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1เป็นรุ่นแรก และเพิ่มหลักสูตรการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นรุ่นแรก ตั้งแต่ระดับชั้นปฐมวัยปีที่ 2 ถึงระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 ปรับปรุงห้องเรียนระดับชั้นอนุบาล ห้องเรียนภาษาจีน และปรับปรุงรางน้ำ อาคารเซนต์โยเซฟ ปรับภูมิทัศน์วงเวียนน้ำพุกลางสนาม และปูพื้นกระเบื้องชั้น 5 อาคารเซนต์ปีเตอร์

ปีการศึกษา 2565 วันพฤหัสบดีที่ 6 ตุลาคม 2565 ปรับปรุงพื้นสนามอาคารเซนต์ลอเลนส์ ให้เป็นพื้น Poly – Urethane (PU) เป็นรูปแบบสนามกีฬาเพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอน และเพื่อให้นักเรียนได้ออกกำลังกายอย่างปลอดภัย มีลักษณะที่ผิวด้าน และทนอุณหภูมิ ร้อน เย็น ที่เปลี่ยนแปลงได้ดี ใช้เป็นสนามกีฬาในร่มและกลางแจ้ง

ในเดือนมีนาคม - เมษายน 2566 ได้เดินท่อน้ำทิ้ง ติดตั้งถังน้ำพร้อมเครื่องปั๊มน้ำเพิ่มเติม และได้เปลี่ยนสุขภัณฑ์ห้องน้ำแบบนั่งเป็นแบบชักโครก อาคารเซนต์ปีเตอร์ วันจันทร์ที่ 17 เมษายน 2566 ได้ดำเนินการปรับพื้นทาสีสนามบริเวณน้ำพุตลอดแนวประตูเข้า – ออกด้านโรงแรม

ติดตั้งเครื่องกรองน้ำอาคารเซนต์ปีเตอร์ และอาคารเซนต์โยเซฟ ติดตั้งผ้าม่านบังแดด ได้แก่ห้อง MEP 4/1 5/1 6/1 ม. 1 ม. 2 ม.3 และห้องวิทยาการคำนวณ อาคารเซนต์แมรี่

ปีการศึกษา 2566 ได้แต่งตั้งซิสเตอร์พัตรา ขมสนิท ทำหน้าที่ตำแหน่งผู้อำนวยการ แทนซิสเตอร์ลัดดา เชยบุญ มีบาทหลวงอนุสรณ์ พงษ์สวัสดิ์ ทำหน้าที่เป็นผู้จัดการและผู้แทนผู้รับใบอนุญาต ได้พัฒนาหลักสูตรการเรียนการสอนโดยร่วมมือกับโรงเรียนสอนภาษา Westcoast Language School ประเทศญี่ปุ่นและศูนย์ภาษาญี่ปุ่นมาจิเมะ เปิดสอนโปรแกรม IEP ภาษาญี่ปุ่นและภาษาจีนเข้มข้น ในระดับชั้นมัธยมศึกษาปรับปรุงสระว่ายจากระบบคลอรีนเป็นระบบเกลือ ติดตั้งผนังห้องน้ำชายและห้องน้ำหญิงสำเร็จรูป และทำพื้นสนาม PU หน้าบ้านพระสงฆ์

ปีการศึกษา 2567 กั้นผนังห้อง ติดแอร์ ติดมิเตอร์ไฟ ห้องพักพนักงานสนับสนุน อาคารเซนต์โยเซฟ เพิ่มอุปกรณ์ควบคุมไฟเดินตู้ Consumer Unit หน้าบ้านพระสงฆ์ เปลี่ยนอะไหล่ลิฟท์ สลิง ลูกรอกเคลื่อนลิฟท์ สลิงอุปกรณ์ต่าง ๆ

ปีการศึกษา 2568 ได้แต่งตั้งบาทหลวงจิรพันธ์ สุจิรานุธรรม เป็นผู้จัดการ และตำแหน่งผู้แทนผู้รับใบอนุญาต แทนบาทหลวงอนุสรณ์ พงษ์สวัสดิ์ และซิสเตอร์พัตรา ขมสนิท ทำหน้าที่ตำแหน่งผู้อำนวยการ

ปัจจุบันโรงเรียนปัญจทรัพย์ มีอาคารเรียนจำนวน 3 หลัง มีห้องเรียนและห้องปฏิบัติการต่าง ๆ พร้อมอุปกรณ์ที่ทันสมัย มีผู้บริหารคณะครูและบุคลากร 92 คน มีนักเรียน 1,017 คน แต่การพัฒนาโรงเรียนปัญจทรัพย์ยังไม่สิ้นสุด ผู้บริหารยังคงมีเจตนารมณ์ที่จะพัฒนาคุณภาพการเรียนการสอน การอบรมทั้งด้านความรู้ และจริยธรรม รวมทั้งการส่งเสริมกิจกรรมต่าง ๆ ตลอดจนการจัดอาคารสถานที่ให้ทันสมัยอย่างเพียงพอสิ่งที่ชี้ให้เห็นถึงความสำเร็จมิใช่แต่เพียงอาคารสถานที่ที่มีการพัฒนาเท่านั้น แต่การที่ได้เห็นเยาวชนที่เป็นศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันมีความรู้ มีคุณธรรม มีความสามารถที่จะดำเนินชีวิตเป็นอย่างดี สามารถที่จะพัฒนาตนให้ก้าวหน้าในชีวิตการงานสร้างสรรค์สังคมเป็นสิ่งที่น่าภาคภูมิใจและถือเป็นความสำเร็จที่ดีที่สุด

สัญลักษณ์และข้อมูลพื้นฐาน

ตราสัญลักษณ์ของโรงเรียนปัญจทรัพย์

ประกอบด้วย: กางเขนและหนังสือในวงกลม, วงกลมซ้อนกันและขยายใหญ่ขึ้น, วงจันทร์เสี้ยว และอักษรย่อ ป.จ.ท., พร้อมกับคำขวัญ คุณธรรม นำปัญญา


ความหมายของตราโรงเรียน:

  • กางเขนและหนังสือในวงกลม: เป็นสัญลักษณ์หมายถึง การศึกษา เรียนรู้โดยมีคุณธรรมเป็นเครื่องชี้นำ
  • วงกลมซ้อนกัน และขยายใหญ่ขึ้น: หมายถึง คุณธรรม และความรู้ที่นักเรียนแพร่กระจายออกไปสู่สังคมยังเป็นการพัฒนาต่อไปอย่างต่อเนื่อง โดยอาศัยความร่วมมือของสมาชิกในสถาบัน
  • วงจันทร์เสี้ยว และอักษรย่อ ป.จ.ท.: คือชื่อย่อของโรงเรียนปัญจทรัพย์ซึ่งเป็นโรงเรียนในสังกัดสังฆมณฑลจันทบุรี

สีประจำโรงเรียนฟ้า – ขาว

  • สีฟ้า: หมายถึง นอบน้อม เคารพเชื่อฟัง ให้เกียรติ และยอมรับความเห็นในความเป็นมนุษย์ของบุคคลอื่น
  • สีขาว: หมายถึง ความบริสุทธิ์ สดใส ความซื่อสัตย์สุจริต

ปรัชญาของโรงเรียน

การศึกษา คือการพัฒนาคนทั้งครบ ให้บรรลุถึงความเป็นมนุษย์ครบครัน เป็นคนดี มีความรู้ รักความจริง สมศักดิ์ศรีการเป็นบุตรของพระเจ้า

คติพจน์ประจำโรงเรียน

คุณธรรม นำปัญญา พัฒนาสังคม

ดอกไม้ประจำโรงเรียน: ต้นเหลืองปรีดียาธร (ตาเบเหลือง)

เป็นไม้ยืนต้นที่มีรากฐานลำต้นมั่นคง แข็งแรง แผ่กิ่งก้านสาขาได้สวยงาม หากปลูกในที่ที่ได้รับแสงแดดอย่างเพียงพอจะออกดอกสีเหลืองสดใส เป็นที่ชื่นชม และเบิกบานใจแก่ผู้พบเห็น มีความหมายเปรียบเสมือน บุคลากรและนักเรียนและนักเรียนทุกคนในโรงเรียนที่มีพื้นฐานความคิดและจิตใจที่ดี มีคุณธรรม จริยธรรมอย่างหนักแน่น มั่นคง และปฏิบัติต่อกันด้วยความรัก ความเอื้ออาทร การให้เกียรติซึ่งกันและกัน โดยคำนึงถึงศักดิ์ศรีแห่งการเป็นบุตรของพระเจ้า จนเป็นที่นิยมชมชอบแก่ผู้พบเห็น

ดอกเหลืองปรีดียาธร: เป็นดอกไม้ที่มีสีเหลือง สดใสบานสะพรั่งอยู่บนลำต้น เป็นที่สะดุดตาแก่ผู้พบเห็น สีเหลืองของดอกไม้เปรียบเสมือนความเจริญรุ่งเรือง และลักษณะเด่นของโรงเรียนคือ การที่มีบุคลากรทางการศึกษาที่มีคุณภาพ มีระบบการบริหารและการจัดการที่มีประสิทธิภาพ มีนักเรียนที่มีคุณธรรม จริยธรรม มีน้ำใจช่วยเหลือซึ่งกันและกัน มีความรู้ กระตือรือร้นในการแสวงหาความรู้ด้านต่าง ๆ เพื่อการพัฒนาตนเอง สังคมและประเทศชาติให้มีความเจริญรุ่งเรืองสืบต่อไป

เพลงมาร์ชโรงเรียนปัญจทรัพย์

เรืองฟ้าขาวเด่นสกาวพราวเวหา สถาบันสรรศาสตร์ค่ามหาศาล

อเนกอนันต์บันดาลศิษย์สัมฤทธิ์การ กิจกรรมล้ำทุกด้านชำนาญมา

เด่นจรรยามารยาทพิลาศลักษณ์ แน่ตระหนักรักการเรียนเพียรศึกษา

ผิดแก้ไขเริ่มต้นใหม่ใช้ปัญญา วินัยเสริมเพิ่มคุณค่าพาตนดี

กตเวทีมีในจิตสถิตมั่น สมานฉันท์เรารักกันเหมือนน้องพี่

รู้น้ำใจนักกีฬาสามัคคี ปัญจทรัพย์รักศักดิ์ศรีมิร้างลา

ดวงกมลล้นจงรักภักดีชาติ นำดวงจิตคิดสะอาดศาสนา

เทิดทูนไว้เหนือเกล้าฯกษัตริย์ตรา จดจำมั่นคำสัญญาฟ้า – ขาวเอย

โครงสร้างการบริหารงานโรงเรียนปัญจทรัพย์

โรงเรียนปัญจทรัพย์แบ่งโครงสร้างการบริหารงานเป็น 6 ฝ่าย ได้แก่ ฝ่ายบริหารหลักสูตรและงานวิชาการ, ฝ่ายส่งเสริมคุณธรรม จริยธรรม, ฝ่ายบริการและกิจการนักเรียน, ฝ่ายบัญชี การเงิน ทรัพย์สิน, ฝ่ายอภิบาลและแพร่ธรรม, ฝ่ายสำนักบริหาร ธุรการ สำนักงาน โดยยึดหลักการบริหาร/เทคนิคการบริหารแบบ กระบวนการบริหารงานแบบมุ่งผลสัมฤทธิ์(Results Based Management : RBM) และโดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน(School - Based Management : SBM) ตามแนวทางการพัฒนาตามวงจรคุณภาพPDCAได้แก่ Plan (วางแผน) Do (ปฏิบัติ) Check (ตรวจสอบ) Act (ดำเนินการให้เหมาะสม)